คปภ. ไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาทด้านการประกันภัยสำเร็จ กรณีรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อทับ

คปภ. ไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาทด้านการประกันภัยสำเร็จ กรณีรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อทับ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 18 ล้อลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร และส่วนพ่วงตะแคงทับรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ คันหมายเลขทะเบียน 3กถ1695 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดบริเวณช่วงโค้งโรงเรียนวันพลมานีย์ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 เป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต่อมาผู้เสียหายได้มีการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายของรถยนต์ต่อบริษัทประกันภัย โดยได้มีการเจรจาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เป็นที่ยุติ

จากประเด็นข้อพิพาทด้านการประกันภัยดังกล่าว ตนได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ.ติดตามและให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยกับผู้เสียหาย โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัยของสำนักงาน คปภ. และสำนักงาน คปภ. ได้เชิญคู่กรณีทุกฝ่าย   มาชี้แจงข้อเท็จจริงและเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อหาข้อยุติ ทั้งนี้ รถบรรทุก 18 ล้อลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ คันหมายเลขทะเบียน 3 กถ1695 กรุงเทพมหานคร มีความคุ้มครองจากการประกันภัยดังนี้

1.รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์คันหมายเลขทะเบียน 3กถ1695 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถคันเอาประกันภัยวงเงิน 730,000 บาท และมีความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้ายอุบัติเหตุส่วนบุคคลคุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่วงเงิน 100,000 บาท

2. รถบรรทุก 18 ล้อลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) โดยภาคสมัครใจให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายและอนามัยบุคคลภายนอก ส่วนเกินความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ จำนวน 300,000 บาท และความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกวงเงิน 600,000 บาท

3. ส่วนพ่วงได้มีทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 สำนักงาน คปภ. ได้เชิญคู่กรณีมาเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ปรากฏทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาและตกลงกันได้ โดยฝ่ายบริษัทได้ยินยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ผู้เอาประกันภัยพึงพอใจและได้ทำบันทึกยุติข้อพิพาท โดยมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายดังนี้

1. บริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์คันหมายเลขทะเบียน 3กถ1695 กรุงเทพมหานคร ได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ จำนวน 30,000 บาท ความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจ โดยจ่ายเงินเต็มทุนประกันภัยจำนวน 730,000 บาท ค่าขนย้ายรถยนต์จำนวน 10,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลตามความคุ้มครองเอกสารแนบท้าย จำนวน 61,728 บาท และหากผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง สามารถแจ้งให้โรงพยาบาลตั้งเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทได้จนครบวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย

2. บริษัทผู้รับประกันภัยรถบรรทุก 18 ล้อลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร ตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเต็มความคุ้มครองกรมธรรม์ และค่าชดเชยรายวันกรณีพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 9 วันๆละ 200 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สิน (รถยนต์) ตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนกรณีบาดเจ็บสาหัสและค่ารักษาพยาบาลจำนวน 300,000 บาท

3. บริษัทผู้รับประกันภัยส่วนพ่วง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเต็มความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัย และค่าชดเชยรายวันการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 9 วันๆละ 200 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท

“หากมีกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องจากการประกันภัยไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่สามารถได้ข้อยุติในเรื่องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัย ก็สามารถใช้บริการจากสำนักงาน คปภ. โดย สำนักงาน คปภ. มีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยอย่างครบวงจร และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งประกอบด้วย การไกล่เกลี่ยเบื้องต้นในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ และหากข้อพิพาทไม่สามารถยุติลงได้ ก็จะมีกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์และเป็นกลางมาดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยที่มีมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ หากคู่กรณีไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้ด้วยกระบวนการไกล่เกลี่ยฯ สำนักงาน คปภ. ยังมีกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคู่กรณี เพื่อให้การระงับข้อพิพาทเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปฟ้องคดีต่อศาลซึ่งจะต้องใช้เวลานานกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย สำนักงาน คปภ.” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น