กิจกรรมสมาชิก

คปภ. จัดสัมมนายกระดับการกำกับความเสี่ยง ดัน ERM–ORSA และ ESG สู่กรอบกำกับดูแลยุคใหม่ของธุรกิจประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “การกำกับดูแลความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยสู่ความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 คน การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยไทย ให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เน้นวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. มอบหมายให้นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เป็นประธานเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่า การบริหารความเสี่ยงต้องพัฒนาเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่เชื่อมโยงทุกระดับ ตั้งแต่ฝ่ายปฏิบัติการจนถึงคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจประกันภัยไทยในระดับสากล ขับเคลื่อน ERM–ORSA และบทบาทคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง การสัมมนามุ่งเน้นการบูรณาการ Enterprise Risk Management (ERM) และ Own Risk and Solvency Assessment (ORSA) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการประเมินความเสี่ยงและความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทประกันภัย โดยเน้นบทบาทของ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee : RMC) ในการกำหนดกรอบนโยบายความเสี่ยง เชื่อมโยงความเสี่ยงกับกลยุทธ์องค์กร และกำกับให้การดำเนินงานเป็นไปตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) รับมือความเสี่ยงใหม่ และขับเคลื่อน ESG ผู้เข้าร่วมสัมมนายังได้รับฟังการนำเสนอ CAT Risk Survey แนวโน้มการจัดการความเสี่ยงด้าน ESG และ Climate Risk จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากรอบกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เสริมความมั่นคงอุตสาหกรรมประกันภัยไทย สำนักงาน คปภ. คาดหวังว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ตอกย้ำบ…

เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่สงขลา เร่งบริษัทประกันภัยเคลียร์เคลม Total Loss ภายใน 3–7 วัน บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ และประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันภัย เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักงาน คปภ. เข้าร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา โดยเน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยเร่งตรวจสอบความเสียหายและ จ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณี Total Loss ภายใน 3–7 วัน รวมถึงเร่งจ่ายค่าสินไหมด้านทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อลดข้อร้องเรียนและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด ภาพรวมความเสียหายจากอุทกภัย จากข้อมูล ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2568 พบว่า ความเสียหายรถยนต์ มีการแจ้งแล้วประมาณ 30,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,500 ล้านบาท ความเสียหายด้านทรัพย์สิน บ้านเรือน และอาคารพาณิชย์ ประมาณ 26,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจ กำชับมาตรฐานการเคลมและการสื่อสาร เลขาธิการ คปภ. ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยทุกแห่ง จ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่าง รวดเร็ว เป็นธรรม และใช้มาตรฐานเดียวกัน สื่อสารเงื่อนไขความคุ้มครองให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง วงเงินคุ้มครองย่อย (Sublimit) ซึ่งเป็นสาเหตุของข้อร้องเรียนในช่วงที่ผ่านมา ประสานงานกับอู่ซ่อมรถในเครืออย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ภาคธุรกิจประกันภัยยืนยันความพร้อม บริษัทประกันภัยทุกแห่งที่เข้าร่วมประชุมได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างชัดเจน โดยยืนยันความพร้อมในการ จ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณี Total Loss ภายใน 3–7 วัน จ่ายค่าสินไหมประกันภัยทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายใน สิ้นปี 2568 คปภ. ย้ำบทบาทเคียงข้างประชาชน สำนักงาน คปภ. ได้จัดส่งทีมคุ้มครองสิทธิประโยชน์จากส่วนกลาง ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันจะกำกับติดตามการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือพบปัญหาเกี่ยวกับการประกันภัย สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ไ…

คปภ. จับมือภาคอุตสาหกรรมประกันภัย สนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ลดภาระค่ารักษา เพิ่มการเข้าถึงยาราคาที่เป็นธรรม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับ สมาคมประกันชีวิตไทย และ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ประกาศสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ภายใต้โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านยารักษาพยาบาล และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม โครงการดังกล่าวมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อยกระดับการเข้าถึงยาและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน เปิดทางผู้ป่วยซื้อยาภายนอก ลดค่าใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยในสถานพยาบาลเอกชนสามารถนำ ใบสั่งแพทย์ ไปซื้อยาจากร้านขายยาภายนอกที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยร้านขายยาจะต้องเปิดเผยราคายาอย่างชัดเจน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านยาได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สิทธิประกันสุขภาพ คปภ. ระบุว่า นโยบายดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้เอาประกันภัยในระบบประกันสุขภาพ เนื่องจากภาวะ เงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลและค่ายาปรับตัวสูงขึ้น การเปิดทางให้ซื้อยาภายนอกจึงช่วยให้ผู้เอาประกันภัยบริหารจัดการวงเงินค่ารักษาพยาบาลได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงที่วงเงินจะไม่เพียงพอในระยะยาว กำหนดหลักเกณฑ์รองรับการเคลมอย่างเป็นธรรม สำนักงาน คปภ. ได้หารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อกำหนดแนวทางรองรับนโยบายดังกล่าว โดยเปิดให้ผู้เอาประกันภัยสามารถนำ ใบเสร็จค่ายาจากร้านขายยาภายนอก มาใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ภายใต้วงเงินค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ เช่นเดียวกับการซื้อยาภายในโรงพยาบาล ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบสั่งแพทย์ ใบเสร็จ และมาตรฐานร้านขายยา เพื่อให้เกิดความคุ้มครองที่โปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน มุ่งสร้างความมั่นคงระบบประกันสุขภาพไทย คปภ. จะติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดป…

คปภ. ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เร่งมาตรการดูแลผู้เอาประกันภัย ให้เข้าถึงการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งติดตามและกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ โดยมุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยได้อย่าง รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหา และหารือร่วมกับผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากน้ำท่วม มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย คปภ. ได้กำหนดแนวทางการดูแลผู้เอาประกันภัยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นการเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ (กรณีเสียหายสิ้นเชิง) ให้จ่ายค่าสินไหมภายใน 7 วัน ประกันอัคคีภัยและทรัพย์สินที่คุ้มครองน้ำท่วม (กรณี Total Loss) ให้จ่ายค่าสินไหมภายใน 3 วัน ส่วนกรณีเสียหายบางส่วน ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยดูแลการเคลื่อนย้ายรถ การจัดหาอู่ซ่อม และสื่อสารกับผู้เอาประกันภัยอย่างชัดเจน รวมถึงผ่อนผันขั้นตอนและเอกสารบางประการ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ติดตามการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs คณะทำงาน คปภ. ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยพบว่าธุรกิจที่มีการทำประกันภัยสามารถได้รับการชดเชยและฟื้นฟูกิจการได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของ คปภ. อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ประกอบการในพื้นที่จำนวนมากยังไม่มีประกันภัยคุ้มครองธุรกิจ คปภ. จึงเตรียมผลักดันโครงการให้ความรู้ด้านการประกันภัยแก่ SMEs และประชาชนเชิงรุกต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ย้ำบทบาท คปภ. เคียงข้างประชาชน นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ เน้นย้ำว่า คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยจะทำงานเชิงรุกอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมส่งทีมคุ้มครองสิทธิประโยชน์ลงพื้นที่ ทำงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระท…

คปภ. สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต ฉ้อโกงเบี้ยประกันกว่า 100 ล้านบาท เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต ของนางสาวจันเกตุ ทับบุญ ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หลังตรวจพบการกระทำเข้าข่าย ฉ้อฉลประกันภัย หลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท พฤติการณ์การกระทำผิด จากการสอบสวนของทีมป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย คปภ. พบว่า ตัวแทนรายดังกล่าวได้หลอกลวงผู้เอาประกันภัย โดยอ้างให้ ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน 15% หรือให้ทองคำเป็นสิ่งตอบแทน เพื่อจูงใจให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า แต่ ไม่นำส่งเงินให้บริษัทประกันภัย ส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหาย (เบื้องต้นพบผู้เสียหายอย่างน้อย 12 ราย) คปภ. ได้มีหนังสือเรียกให้ชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และมีเจตนาทุจริตอย่างชัดเจน คำสั่งทางปกครองและการดำเนินคดี นายทะเบียน คปภ. จึงมีคำสั่งที่ 75/2568 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ให้เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน ฉ้อฉลประกันภัย ตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน กำกับดูแลบริษัทประกันภัยและคุ้มครองสิทธิผู้เอาประกัน คปภ. ได้เรียกบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมสั่งการให้ ตรวจสอบผลกระทบและความบกพร่องของระบบควบคุมภายในอย่างเร่งด่วน ดูแลและเยียวยาสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ จัดทำมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก โดยบริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยจากการกระทำของตัวแทนในสังกัด มาตรการป้องกันเชิงรุกของ คปภ. คปภ. เน้นย้ำแนวทางการชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อป้องกันการทุจริต ได้แก่ ให้ชำระค่าเบี้ยประกันภัย โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรง กรณีรับเงินสดผ่านตัวแทน ต้องแจ้งผ่านระบบและนำส่งเงินเข้าบัญชีบริษัทภายในวันทำการถัดไป ห้ามนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดารับเงินสดโดยตรง หากฝ่าฝืนต้องยกเลิกสัญญาและบันทึกข้อมูลในระบบฉ้อฉลประกันภัยของ คปภ. ย้ำความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไท…

เลขาธิการ คปภ. ร่วมประชุม IAIS 2025 ณ ประเทศแอลเบเนีย ตอกย้ำบทบาทไทยบนเวทีกำกับดูแลประกันภัยโลก

เลขาธิการ คปภ. ร่วมประชุม IAIS 2025 ณ ประเทศแอลเบเนีย ตอกย้ำบทบาทไทยบนเวทีกำกับดูแลประกันภัยโลก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นำโดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมการประชุม IAIS Annual Conference, Annual General Meeting (AGM) และ Committee Meetings 2025 ระหว่างวันที่ 10–14 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงติรานา สาธารณรัฐแอลเบเนีย การประชุมดังกล่าวจัดโดย International Association of Insurance Supervisors (IAIS) ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของแอลเบเนีย (AFSA) ถือเป็นเวทีระดับโลกที่มีผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยกว่า 500 คน จากมากกว่า 110 ประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและกำหนดทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต ประเด็นสำคัญของการประชุม การติดตาม ความเสี่ยงระดับโลก ที่ส่งผลต่อระบบประกันภัย การเสริมสร้าง เสถียรภาพทางการเงิน และ การคุ้มครองผู้บริโภค ความท้าทายจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การลดช่องว่างความคุ้มครองภัยพิบัติ (NatCat Protection Gaps) และบทบาทของประกันภัยต่อความยืดหยุ่นของสังคม ผลการประชุม AGM 2025 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างคณะกรรมการหลักของ IAIS ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ปี 2568–2572 โดยจัดตั้งคณะกรรมการใหม่ 3 ชุด ได้แก่ Monitoring and Risk Assessment Committee Standards and Supervisory Practices Committee Implementation Assessment Committee โดยเน้นให้ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทมากขึ้นในเวทีสากล ซึ่งประเทศไทยจะได้รับประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการมีส่วนร่วมเชิงนโยบายและการติดตามเสถียรภาพระบบประกันภัยโลกอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือในอนาคต เลขาธิการ คปภ. ยังได้หารือกับผู้บริหาร IAIS ถึงแนวทางความร่วมมือด้าน การบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย ในการยกระดับระบบบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยบนเวทีสากล การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะสมาชิก IAIS ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลจากท…

“มหันตภัยแผ่นดินไหว สู่วงรอบผลกระทบที่เกินคาด”

สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) ร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ “มหันตภัยแผ่นดินไหว สู่วงรอบผลกระทบที่เกินคาด” เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมโบลิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา สมาคมฯ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการบริหารจัดการความเสี่ยง และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น #TIBA #สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย #สมาคมนายหน้าประกันภัย #ประกันภัย #นายหน้าประกันภัย #แผ่นดินไหว

ประกันสินเชื่อธุรกิจ (Trade Credit Insurance) คืออะไร

#ประกันสินเชื่อธุรกิจ (Trade Credit Insurance) คืออะไร สำหรับเจ้าของกิจการที่ขายสินค้าแบบ “เครดิต” ให้ลูกค้า นี่คือประกันที่คุณควรรู้จัก เพราะถ้าลูกค้าหนี ไม่จ่าย หรือบริษัทล้มละลาย ประกันจะชดใช้แทนตามวงเงินที่กำหนด ช่วยลดความเสี่ยงด้านลูกหนี้ และทำให้ธุรกิจคุณเดินต่อได้อย่างมั่นใจอีกด้วยค่ะ …………………………………………. #สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ติดต่อสอบถาม/ปรึกษาได้ฟรีที่ 02-645-1133 https://www.tiba.or.th/ . #คปภ. #คุ้มครองผู้บริโภค #ประกันภัย #ประกันชีวิต #สมาคมนายหน้าประกันภัย #ประกันบ้าน #ความรู้ประกันภัย #ทรัพย์สินภายใน #ประกันอัคคีภัย #บ้านเช่า #ประกันบ้านและคอนโด #ประกันรถ #น้ำท่วมรถ #ประกันภัยคอนโด  

สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) ร่วมส่งมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในการมอบสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นกำลังใจให้ประชาชนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ได้ร่วมกันส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเร่งด่วนแก่ตัวแทนพื้นที่ในเขตประสบภัย พร้อมแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) ยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานเพื่อสังคม ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างเป็นระบบ โดยตระหนักถึงบทบาทของนายหน้าประกันภัยในฐานะผู้สนับสนุนให้ประชาชนได้รับความคุ้มครอง และอยู่เคียงข้างสังคมไทยในยามเกิดเหตุการณ์รุนแรงและภัยธรรมชาติ สมาคมฯ หวังว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย และขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องชาวภาคใต้ทุกท่าน พร้อมขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว และทุกพื้นที่สามารถกลับมาฟื้นฟูชีวิตและชุมชนได้อย่างแข็งแรง

TIBA Relationship & Charity Golf 2025

กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์และการกุศล ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) จัดกิจกรรม TIBA Relationship & Charity Golf 2025 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ณ Thana City Country Club โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกสมาคม ผู้ประกอบการในแวดวงประกันภัย และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงเป็นกิจกรรมเพื่อการกุศลเพื่อส่งเสริมสิ่งดีงามกลับคืนสู่สังคม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ผู้เข้าร่วมต่างได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านธุรกิจ พร้อมเพลิดเพลินกับการแข่งขันกอล์ฟในสนามที่มีความสวยงามระดับมาตรฐานสากลกิจกรรมเริ่มลงทะเบียนในเวลา 09:30 น. ก่อนเริ่มการแข่งขันแบบ Shotgun Start เวลา 12:00 น. ซึ่งเป็นรูปแบบที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถเริ่มและจบการแข่งขันได้พร้อมกัน เพิ่มความสนุกและความตื่นเต้นตลอดทั้งรอบ นอกจากการแข่งขันกอล์ฟแล้ว ยังมีช่วงกิจกรรมสานสัมพันธ์และรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อให้สมาชิกสามารถพูดคุย สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงเครือข่ายในอุตสาหกรรมประกันภัยได้อย่างมีคุณภาพ สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ขอขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่าน รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนที่ร่วมทำให้งานครั้งนี้สำเร็จด้วยดี และหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งในกิจกรรมดี ๆ จาก TIBA ในโอกาสต่อไป

a